
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยความห่วงใยต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสานแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และระบบนิเวศของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากลมาตรฐาน BGCI และ “สวนจากภูผาสู่มหานที” ส่วนขยายระยะที่สองอย่างเป็นทางการ ในการนี้ พระองค์ได้ทรงร่วมปลูก “ต้นรวงผึ้ง” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นและต่อยอดพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองหลวง เพื่อให้สวนแห่งนี้เป็น “ปอด” ที่สมบูรณ์สำหรับประชาชน
ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการสนับสนุนการพัฒนาสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น “ป่าเล็กในเมืองใหญ่” ที่ได้รับมาตรฐานสากลจากองค์การสวนพฤกษศาสตร์สากล (BGCI) แห่งแรกของกรุงเทพมหานคร พระราชกรณียกิจของพระองค์ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและพรรณไม้หายากจากทั่วทุกภูมิภาค แต่ยังเป็นการสร้างแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติให้ยั่งยืนสืบไปสู่อนุชนรุ่นหลัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงสืบสานพระราชประเพณีสำคัญของชาติ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงอย่างสม่ำเสมอ ด้วยทรงพระราชตระหนักว่าเกษตรกรไทยเปรียบเสมือนกำลังหลักของชาติ และเป็นผู้ผลิตอาหารหล่อเลี้ยงประชาชนทั้งประเทศ พระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้จึงมุ่งสร้างความเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรทั่วผืนแผ่นดินไทยก่อนเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกในแต่ละปี
การเสด็จพระราชดำเนินร่วมในพระราชพิธีสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง มิได้เป็นเพียงการประกอบศาสนพิธีและพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณีเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนถึงพระราชหฤทัยของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกรผู้ประกอบอาชีพกสิกรรม พระราชจริยวัตรอันงดงามและพระเมตตาที่ทรงมีต่อเกษตรกรในพระราชพิธีฯ สร้างความปลาบปลื้มใจและเป็นพลังใจสำคัญให้แก่ผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ในการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลผลิตเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองตามรอยพระยุคลบาทอย่างมั่นคง
พระราชกรณียกิจในพระราชพิธีพืชมงคลฯ เป็นประจักษ์พยานถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับเกษตรกรไทย ภายใต้พระราชปณิธานในการสืบสานราชประเพณีอันทรงคุณค่าควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาคการเกษตร เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหารและเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนสืบไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงดำรงพระองค์เป็นแสงแห่งกำลังใจให้แก่พสกนิกรผู้ผลิตอาหารเลี้ยงแผ่นดินอย่างแท้จริง

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมุ่งมั่นในการทรงแบ่งเบาพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดทุกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่พสกนิกรอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 พระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนิน (เป็นการส่วนพระองค์) ไปทอดพระเนตรโครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านการเกษตรกรรมตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ภายใต้การดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา เน้นการปลูกป่า เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม มีการจัดพื้นที่โครงการให้ราษฎรเข้าอยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับธรรมชาติ จัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่
ในโอกาสนั้น ภาพที่สร้างความประทับใจและสะท้อนถึงพระราชจริยวัตรอันเรียบง่าย คือการที่พระองค์ทรงนำหนังสติ๊กส่วนพระองค์ ไปทรงปลูกป่าทางไกล โดยทรงยิงเมล็ดพันธุ์พืช อาทิ เมล็ดมะขาม เมล็ดมะกำตัน และเมล็ดต้นคูน เข้าสู่พื้นที่อนุรักษ์ พร้อมมีพระราชดำรัสชื่นชมวิธีการปลูกป่าที่สร้างสรรค์นี้ว่า ช่วยให้เกิดความเพลิดเพลินควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่แผ่นดิน อันแสดงให้เห็นถึงการใส่พระราชหฤทัยในทุกรายละเอียดของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
พระราชกรณียกิจ ณ โครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงมิได้เป็นเพียงการทอดพระเนตรการดำเนินงาน แต่คือการแสดงออกถึงพระราชปณิธานอันแรงกล้า ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการดูแลรักษาดินและป่า ที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตราษฎรไทย ด้วยมีพระราชประสงค์ให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงทางอาหารและรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนสืบไป

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลในการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงของไทย โดยเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 ได้พระราชทาน “ต้นเอเดลไวส์” ซึ่งมีถิ่นกำเนิดบนเทือกเขาแอลป์ในยุโรป ให้แก่มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อทำการศึกษาและวิจัย พระองค์ทรงติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเจ้าหน้าที่ในความสำเร็จของการเพาะพันธุ์ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดเชียงใหม่ในปี 2563 ว่าในอนาคตพสกนิกรชาวไทยจะได้ชื่นชมความงามของราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์นี้ได้ ณ โครงการหลวง โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างแดน
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสนับสนุนงานวิจัยเชิงลึก ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืชได้นำต้นเอเดลไวส์พระราชทานมาพัฒนาผ่านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจนได้ต้นกล้าที่แข็งแรง และสามารถปรับตัวเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จนสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ความสำเร็จนี้มิได้หยุดอยู่เพียงความสวยงาม แต่ยังต่อยอดสู่ “นวัตวิจัย” โดยการสกัดสาร Leontopodic acid จากดอกเอเดลไวส์ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงและป้องกันรังสี UV มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์วิทยาศาสตร์ความงาม เช่น โลชั่นกันแดดสำหรับผิวกาย สร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักวิจัยไทยเป็นอย่างยิ่ง
พระราชกรณียกิจนี้สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” งานของมูลนิธิโครงการหลวงอย่างเป็นรูปธรรม โดยทรงเปลี่ยนพืชต่างถิ่นให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง นวัตกรรมจากดอกเอเดลไวส์จึงมิใช่เพียงผลสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ แต่คือดอกผลแห่งน้ำพระราชหฤทัยที่มุ่งหวังให้พสกนิกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีพระเมตตาคุณอันเปี่ยมล้นต่อสรรพชีวิต โดยเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569 ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง และพระราชทานถ้วยรางวัลในการแข่งขัน โครงการ “รัน ฟอร์ วีลส์ ครั้งที่ 5” (Run for Wheels #5) วิ่งเพื่อให้หมาได้วิ่ง ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อระดมทุนจัดทำวีลแชร์ให้แก่สัตว์พิการที่ยากไร้ รวมถึงสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่คณะสัตวแพทยศาสตร์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลสัตว์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
การเสด็จพระราชดำเนินร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงพระราชหฤทัยแห่งพระเมตตา ที่ทรงร่วมกับพสกนิกรและผู้รักสัตว์เลี้ยง ด้วยพระพักตร์ที่แจ่มใสได้สร้างความปลาบปลื้มใจและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานอย่างยิ่ง ทั้งยังช่วยส่งเสริมความผูกพันอันดีระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง รวมถึงกระตุ้นให้สังคมหันมาใส่ใจในสุขภาพและการออกกำลังกายของตนเองและสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี
พระราชกรณียกิจนี้มิได้เป็นเพียงการสนับสนุนกิจกรรมการกุศล แต่คือประจักษ์พยานแห่งพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อสัตว์พิการที่ไร้ที่พึ่ง และพระราชปณิธานในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านสัตวบาลของไทย การพระราชทานความช่วยเหลือแก่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัยและมอบชีวิตใหม่ให้แก่สัตว์พิการ สามารถกลับมาเคลื่อนไหวและดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพสืบไป
ที่มา: Facebook พระลาน, สำนักงาน ก.พ.
